ระลึกถึงคำสอน และปฏิปทาของครูอาจารย์
 

กลุ่มเพื่อนอนาลยา

  • เพิ่มขนาดตัวอักษร
  • ขนาดตัวอักษรปกติ
  • สดขนาดตัวอักษร
บ้านอนาลยา นานาสาระธรรม อนาลยา ระลึกถึงคำสอน และปฏิปทาของครูอาจารย์

ระลึกถึงคำสอน และปฏิปทาของครูอาจารย์

อีเมล พิมพ์ PDF
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
 
ระลึกถึงคำสอน และปฏิปทาของครูอาจารย์….....โดยวิรังอง ทัพพะรังสี

 

ขณะที่วางใจเป็นกลางกับข่าวในทางลบที่กระทบศรัทธาชาวพุทธอยู่ในขณะนี้ วันนี้มีข่าวดียิ่ง.... ยิ่งๆๆๆ...ในรอบปี คือ พระราชสุเมธาจารย์ (หลวงพ่อสุเมโธ) ลูกศิษย์หลวงปู่ชา เจ้าอาวาสวัดอมราวดี ประเทศอังกฤษ ปรารภลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดอมราวดี เพื่อที่จะได้กลับมาพำนักที่ประเทศไทยเป็นการถาวร โดยท่านปรารถนาจะอยู่ที่วัดในเมืองไทยเหมือนที่ท่านเคยอยู่ เคยศึกษาพระธรรมจากหลวงพ่อชาในสมัยที่หลวงพ่อชายังไม่มรณภาพ 

การตัดสินใจครั้งนี้มิได้ทำตามลำพัง ท่านได้ปรึกษาเหล่าพระสงฆ์ที่วัดหนองป่าพง และวัดสาขาในต่างประเทศ โดยเฉพาะพระอาจารย์ปสันโน ซึ่งท่านได้ขอให้พระอาจารย์อมโร ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสร่วมกับพระอาจารย์ปสันโน ที่วัดอภัยคีรี ประเทศสหรัฐอเมริกา ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสแทนท่านที่วัดอมราวดี โดยมีกำหนดการว่าท่านจะย้ายกลับมาเมืองไทยหลังออกพรรษาปีนี้ และจะพำนักอยู่ที่รัตนวัน ปากช่อง นครราชสีมา

นับเป็นข่าวอันเป็นกุศล ลูกศิษย์รู้สึกปีติอย่างยิ่ง และเชื่อว่าชาวพุทธเป็นจำนวนมากล้วนอนุโมทนาสาธุการต่อการตัดสินใจในครั้งนี้ นับเป็นบุญอย่างย่ิ่งของพวกเราที่ท่านเมตตาพุทธศาสนิกชนชาวไทย ขอให้ท่านพระอาจารย์สุเมโธ มีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืน เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรทางธรรมของพวกเราลูกศิษย์ที่เคารพรักพระอาจารย์อย่างย่ิง

มีเรื่องหนึ่งที่ข้าพเจ้าระลึกถึงอยู่เสมอเมื่อนึกถึงท่านพระอาจารย์สุเมโธ คือ ความสำนึกที่ท่านมีในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความผูกพันที่ท่านมีต่อประเทศไทย สังคมไทย และคนไทย 

โดยครั้งหนึ่ง (ข้าพเจ้าได้ยินเพี่ยงครั้งเดียว แต่คิดเอาเองว่าท่านคงจะปรารภเช่นนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง) ท่านกล่าวเล่าว่า ท่านได้เข้าเผ้าสมเด็จพระรชินีนาถอลิซเบธ แล้วท่านกล่าวต่ออย่างที่ข้าพเจ้ามิได้นึกถึงเลยว่าจะได้ยิน

ท่านกล่าวมีเนื้อความว่า อาตมาได้เข้าเฝ้าควีนอลิซเบธ ผู้ที่ได้รับเชิญให้เชิญให้เข้าเฝ้าในวันนั้นล้วนเป็นผู้นำทางศาสนาต่างๆ อาตมาก็ได้รับเชิญด้วยเพราะอาตมาเป็นพระราชสุเมธาจารย์ เป็นผู้นำศาสนาพุทธในยุโรป ถ้าหากอาตมาเป็นนายโรเบิร์ต แจ๊คแมน (ชื่อเดิมของท่านพระอาจารย์ก่อนบวช) ควีนอลิซเบธก็ไม่เชิญอาตมา แต่นี้อาตมาได้รับเชิญเพราะอาตมาเป็นพระราชสุเมธาจารย์ เป็นตัวแทนพระสงฆ์ไทย เป็นพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงที่ได้มอบพัดยศให้อาตมา อาตมาเป็นหลวงพ่อสุเมโธอย่างทุกวันนี้ได้เพราะในหลวง เพราะหลวงพ่อชา เพราะคนไทยดีต่ออาตมา อาตมาจึงต้องกลับมาเมืองไทยทุกปี มาร่วมงานมุทิตาหลวงพ่อชา มากราบพระเถรานุเถระที่ประเทศไทย มาเยี่ยมเยียนคนไทย

ท่านพระอาจารย์ปสันโน ในวันที่แสดงพระธรรมเทศนา ณ โรงพยาบาลสมิติเวชเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ท่านก็กล่าวในทำนองเดียวกันถึงความผูกพันที่มีต่อประเทศไทย และคนไทย

ประโยคแรกๆที่ท่านกล่าวนำอย่างยิ้มแย้ม ก่อนท่านแสดงพระธรรมเทศนา มีเนื้อความ ว่า ท่านรู้สึกดีใจ รู้สึกอบอุ่น การกลับมาประเทศไทยทุกครั้งเหมือนท่านได้กลับมาบ้าน เหมือนได้กลับมาพบญาติ......เพราะคนไทยดีต่อท่านเสมอมา (ใจความทำนองนี้ค่ะ คำพูดอาจไม่เป๊ะๆ นะคะ)

และได้มีโอาสกราบท่านก่อนท่านเดินทางกลับ โดยได้กราบเรียนท่่านว่า จะพยายามทำแผ่นซีดีเสียงอ่านหนังสือให้เสร็จก่อนท่านเดินทางกลับ (ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่วันในขณะนั้น)

ท่านตอบกลับมาอย่างยิ้มแย้ม และสอนข้าพเจ้าว่า "เสร็จทัน หรือเสร็จไม่ทัน ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เรื่องสำคัญอยู่ที่ใจ ขณะที่ทำ ใจต้องเป็นสุข ทำด้วยใจที่เป็สุข ใจที่เบิกบาน อย่าทำด้วยใจที่กังวลว่าจะไม่เสร็จ ทำใจให้เบิกบานขณะทำดีที่สุด เสร็จเมื่อไรก็ได้"

นับเป็นคำสอนประเสริฐสุดประโยคหนึ่งที่ข้าพเจ้าจะจำใส่ใจไว้เป็นคติธรรมในการทำงาน และการดำเนินชีวิต ฟังดูเป็นคำสอนที่ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา เป็นคำสอนที่เหมือนเคยได้ยินมาแล้ว เหมือนเคยเข้าใจมาแล้ว แต่เวลาดำเนินชีวิตจริง ก็ลืมตัวลืมใจ ไหลไปตามกิเลส ความปรุงแต่งต่างๆ ไหลไปกังวลกับอนาคต ไม่ได้อยู่กับปัจจุบัน ท่านพระอาจารย์ปสันโนท่านสอนให้ข้าพเจ้าทำใจให้เบิกบานอยู่กับปัจจุบัน ไม่ใช่ปรุ่งแต่งไปในอดีต หรืออนาคต 

หลังจากนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์ ข้าพเจ้าก็ได้รับคำสอนในทำนองเดียวกันนี้จาก ศาสราจารย์ระพี สาคริก ปูชนียบุคคลของสังคมไทย วัย ๘๖ ปี เมื่อท่านกล่าวกับข้าพเจ้าขณะที่ข้าพเจ้าไปรับท่านที่บ้านว่า ท่านบินกลับจากการทำงานที่เชียงใหม่มาถึงกรุงเทพฯ เมื่อสักครู่นี้เอง และก็ต้องรีบตอบ email ไปญี่ปุ่นเรื่องงานอีก ข้าพเจ้าถามท่านกลับไปด้วยความเป็นห่วงว่า "อาจารย์ไม่ได้พักเลยเหนื่อยไหมคะ"

คำตอบของท่านทำให้ข้าพเจ้าอึ้งไป ท่านตอบว่า ไม่เหนื่อย เพราะสำหรับท่านการทำงานคือการพักผ่อน
โอ้ ข้าพเจ้าได้คติธรรมอีกแล้ว 

ท่านกล่าวต่อว่า บ้านเมืองยังไม่เรียบร้อย ทุกวันนี้ด้วยวัย ๘๖ ปี ท่านจึงทำงานหนักกว่าเดิมอีกหลายเท่า และการทำงานคือการพักผ่อน

คำสอน และปฏิปทาของครูอาจารย์ทั้งหลายที่กล่าวมาช่างงดงาม ชัดเจน จนไม่จำเป็นต้องขยายความ

ด้วยความเคารพในครูอาจารย์

วิรังรอง ทัพพะรังสี

กุมภาพันธ์ ๖ ๒๕๕๓

 

https://www.facebook.com/notes/วิรังรอง-ทัพพะรังสี/ระลึกถึงคำสอน-และปฏิปทาของครูอาจารย์/470146550227

 
buddhism080.jpg

สถิติ

สมาชิก : 1201
Content : 279
เว็บลิงก์ : 22
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 2067113

แผนผังดาวน์โหลดเสียงธรรม


เนื้อหาที่เพิ่มเติมล่าสุด

เนื้อหาที่แก้ไขล่าสุด

วิปัสสนากรรมฐาน ณ วัดมเหยงคณ์

วิดีโอนี้แสดงลำดับการเข้าวิป้สสนากรรมฐาน ณ วัดมเหยงคณ์